บันทึกอนุทิน
วิชา การบริหารจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาก
ประจำวัน พุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560
กลุ่ม 102
นำเสนอคำคมสำหรับการบริหาร
เลขที่ 4

"การที่เราจะทำในสิ่งต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จและดีที่สุด เราต้องทำสิ่งนั้นด้วยความรัก และความรักนั้น คุณต้องรักในสิ่งที่คุณทำด้วย"
เลขที่ 7

"การที่เราจะเป็นผู้บริหาร เราต้องเจอกับสถานการณ์ต่างๆ รวมไปถึงบุคคลมากมาย ดังนั้นผู้ที่เป็นผู้บริหารต้องรู้จักการปรับตัว ให้เหมาะสมกับสถานการ์ณและเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อความอยู่รอดของตนและบริษัท"
เลขที่ 8

ผู้บริหารก็เปรียบเสมือนช่าง เราต้องมีการเตรียมการทำงานให้ดี วางตำแหน่งให้เหมาะสมกับคนและความสามารถ เพื่อให้งานออกมาประสบผลสำเร็จมากที่สุด"
นำเสนองานกลุ่ม ประเภทสถานศึกษาปฐมวัย
➤ กลุ่มที่ 1 โรงเรียนอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลคือ โรงเรียนที่เปิดสอนในระดับอนุบาล ซึ่งอาจจะเป็นโรงเรียนของเอกชนหรือของรัฐก็ได้ บางโรงเรียนอาจเปิดสอนระดับประถมศึกษาร่วมด้วย หรืออาจจะสอนถึงระดับมัธยมศึกษาก็ได้ เกณฑ์การรับเด็กเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาล มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและประเภทของการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๔๖ ข้อ ๑ (๑) สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 การรับเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้รับเด็กที่มีอายุไม่น้อยกว่า ๔ ปีบริบูรณ์ ข้อ 2 การนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิดไปจนถึงวันแรกของการเปิดภาคเรียนที่ ๑ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓
ตัวอย่าางโรงเรียน
โรงเรียนอนุบาลสามเสน
➤ กลุ่มที่ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา
➤ กลุ่มที่ 3 เนอสเซอรี่
เนอร์สเซอรี่ คือ เนอร์สเซอรี่ เป็นคำทับศัพท์มาจากคำภาษาอังกฤษว่า NURSERY สามารถเขียนเป็นภาษาไทยได้หลายแบบ เช่น เนอร์สเซอรี่ เนอสเซอรี่ เนิสเซอรี่ ซึ่งคำว่า NURSERY ใน ภาษาอังกฤษมีความหมายหนึ่งว่า Baby’s Room (ห้องเลี้ยงเด็ก) แต่เรานำมาใช้กับ สถานที่รับเลี้ยงดูเด็กเล็กก่อนวัยอนุบาล ซึ่งเราสามารถเรียกว่าเป็น “สถานรับเลี้ยงเด็ก” โดยส่วนใหญ่จะรับเลี้ยงดูเด็กเล็กอายุแรกเกิดถึง 3 ขวบ แต่บางแห่งอาจรับเฉพาะในระดับ 2-3 ขวบ คือระดับ “เตรียมอนุบาล” และบางแห่งอาจรับดูแลเด็กอายุแรกเกิดถึง 6ขวบ (เตรียมประถม)ได้เลย
ตัวอย่างเนอสเซอรี่
➤ กลุ่มที่ 4 ศูนย์เลี้ยงเด็ก
การจัดตั้งศุนย์เลี้ยงเด็กสถานประกอบกิจการและชุมชนภายใต้การบูรณาการความร่วมมือกับ 5 กระทรวง ประกอบด้วย
- กระทรวงเเรงงาน
- กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- กระทรวงมหาดไทย
- กระทรวงศึกษาธิการ
- กระทรวงสาธารณสุข
ตัวอย่างศูนย์เลี้ยงเด็ก
➤ กลุ่มที่ 5 ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
ตัวอย่างศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
➤ กลุ่มที่ 6 ศูนย์เด็กเล็ก
ตัวอย่างศูนย์เด็กเล็ก
➤ กลุ่มที่ 7 โรงเรียนเตรียมประถม
ใครมีสิทธิ์เข้าเรียนได้บ้าง
เด็ก ๆ มีสิทธิ์เข้าเรียนชั้นเตรียมประถมเมื่ออายุ 6 ปี ซึ่งเปิดรับเข้าเรียนตามความสมัครใจ และเด็กส่วนมากจะเข้าเรียนในชั้นนี้ เด็กมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะเรียนชั้นเตรียมประถมในโรงเรียนอนุบาลเดิม หรือสถานอบรมดูแลเด็กสำหรับกลุ่มอายุ 6 ปี เด็กทุกคนมีสิทธิ์เข้าเรียนในชั้นเตรียมประถม แต่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเรียนชั้นนี้ โดยส่วนใหญ่ชั้นเตรียมประถม จะจัดอยู่ในหรืออยู่ใกล้กับโรงเรียน ที่นักเรียนจะเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นปีที่ 1
ตัวอย่างโรงเรียนเตรียมประถม

➤ กลุ่มที่ 8 สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย คือ
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย หรือ โรงเรียนเด็กเล็ก เปิดขึ้นเพื่อรับเด็กอายุโดยประมาณ 1ขวบครึ่ง ถึง 3
ขวบ ทำหน้าที่ในการดูแล ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและภาษา ช่วงเวลาเปิดเรียนอาจเป็นเรียนเต็มวันหรือครึ่งวัน แล้วแต่ความต้องการของผู้ปกครองหรือชุมชน
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยดำเนินการโดย รัฐบาล และหน่วยงานเอกชนที่มีอยู่หลายรูปแบบมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น
- สถานรับเลี้ยงเด็ก
- ศูนย์โภชนาการ
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- โรงเรียนอนุบาล
- หน่วยงานที่จัดคือ
- กรมพัฒนาชุมชน
- กรมอนามัย
- กรมอาชีวศึกษา
- สมาคมมูลนิธิต่าง ๆ
- กรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งปัจจุบัน คือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ตามประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ 294 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ได้ให้ความหมายของคำว่า
สถานรับเลี้ยงเด็ก หมายถึง สถานที่รับเลี้ยงเด็กซึ่งมีอายุไม่เกิน 7 ปีบริบูรณ์ และมีจำนวนเกิน 5 คน
ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับผู้เลี้ยง แต่ไม่รวมถึงสถานพยาบาล หรือโรงเรียนอนุบาล
ลักษณะของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
1. แยกอิสระ
เป็นบริการตามบ้าน หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นบริการแก่ชุมชน เช่น บ้าน
วัด โรงพยาบาล วิทยาลัยพยาบาล โรงงาน เป็นต้น โรงเรียนเด็กเล็กประเภทนี้จะใช้ชื่อต่าง ๆ กัน เช่น
ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็ก เป็นต้น
2. ขึ้นอยู่กับโรงเรียนอนุบาล
มักจะเรียกว่า ชั้นเด็กเล็ก (Nursery Class) บางแห่งเรียกเตรียมอนุบาลโรงเรียนเด็กกลุ่มนี้รวมถึงโรงเรียนเด็กเล็กของมหาวิทยาลัยด้วย
3. ขึ้นอยู่กับโรงเรียนประถมศึกษา
โรงเรียนประถมศึกษาบางแห่งจะจัดการศึกษา
ทุกระดับตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ชั้นอนุบาลและชั้นประถมศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเบ็ดเสร็จสำหรับการ
ศึกษาปฐมวัย
ตัวอย่างสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ประวัติความเป็นมาของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย
เด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงสุดของประเทศ การเลี้ยงดูเด็กให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณที่สมบูรณ์เป็นสิ่งสำคัญ ที่ผู้เลี้ยงดูเด็กทุกคนจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญนี้ ประกอบกับในสังคมปัจจุบัน บิดา มารดาต้องช่วยกันรับผิดชอบในการหารายได้เพื่อความมั่นคงของครอบครัว ทำให้ภาระหน้าที่ในการเลี้ยงดูอยู่กับคนอื่น
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดการศึกษาการเจริญเติบโต และพัฒนาการ การบริบาลเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพดีและการให้บริการวิชาการแก่สังคม ในการช่วยเหลือบิดา มารดา ท่านผู้ปกครองที่จะดูแลเด็กอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์ ถึง 3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่การเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างรวดเร็วเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต จึงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น